คำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (แบบ 247-4)

FAQ
ระยะเวลาการทำคำเสนอซื้อจะเกิดขึ้นช่วงไหน
ระยะเวลาทำคำเสนอซื้อสำหรับหุ้นที่เหลือของ KEX เริ่มระหว่างวันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2568 ถึงวันพุธที่ 24 กันยายน 2568 (รวมทั้งสิ้น 45 วันทำการ) ตั้งแต่เวลา 9:00 น. ถึง 16:00 น.
หากหุ้นจะถูกเพิกถอนจากตลาดแต่ผู้ถือหุ้นไม่ประสงค์ทำ tender offer จะต้องทำอย่างไรต่อไป
ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่ตอบรับคำเสนอซื้อเพราะต้องการถือหุ้น KEX ต่อ ผู้ถือหุ้นไม่ต้องดำเนินการใดๆ เพียงแต่จะมีผลกระทบดังต่อไปนี้
- ภายหลังการเพิกถอนหุ้น KEX ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ สถานะของ KEX ในการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะสิ้นสุดลง ผู้ถือหุ้นของ KEX จะได้รับผลกระทบดังต่อไปนี้
- ผู้ถือหุ้นอาจประสบปัญหาสภาพคล่องในการซื้อขาย เนื่องจากหุ้น KEX ไม่สามารถซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเป็นตลาดรองได้อีกต่อไป
- ผลตอบแทนจากการลงทุนของหุ้น KEX อาจจำกัดเพียงเงินปันผล (ถ้ามี) เนื่องจากหุ้น KEX จะไม่ซื้อขายในตลาดรอง และไม่มีราคาตลาดอ้างอิง อย่างไรก็ตาม KEX อาจพิจารณาจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ตามดุลยพินิจของ KEX เมื่อ KEX มีกำไรสะสมตามงบการเงินเฉพาะกิจการเป็นบวก (ณ วันที่ 31 มี.ค. 2568 KEX มีผลขาดทุนสะสมตามงบการเงินเฉพาะกิจการจำนวน 13,772 ล้านบาท)
- ผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดาจะไม่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากกำไรจากการขายหุ้น KEX อีกต่อไป นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่โอนหุ้นจะไม่ได้รับการยกเว้นอากรแสตมป์อีกต่อไป
- ผู้ถือหุ้นจะเข้าถึงข้อมูลของ KEX ได้น้อยลง เนื่องจาก KEX ไม่มีภาระผูกพันในการเปิดเผยข้อมูลตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกต่อไป ซึ่งจะทำให้การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะต่อผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม KEX ยังคงมีสถานะเป็นบริษัทมหาชนจำกัดตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 KEX จะต้องเปิดเผยข้อมูลบางอย่าง เช่น บันทึกการประชุมผู้ถือหุ้นและรายงานประจำปี ผู้ถือหุ้นรายย่อยยังสามารถขอสำเนาเอกสารที่ผ่านการรับรองของบริษัท เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท ทะเบียนผู้ถือหุ้น และงบการเงิน ได้จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
นอกจากนี้ ภายหลังจากการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์และการเพิกถอนหุ้น KEX แล้ว KEX ยังคงมีภาระผูกพันบางประการที่ขึ้นอยู่กับการถือหุ้นของกลุ่ม SF
หุ้นของ KEX จะถูกเทรดในตลาดหลักทรัพย์ถึงเมื่อไร หรือ จะหยุด trade ในตลาดหลักทรัพย์เมื่อไร
หุ้นของ KEX ยังสามารถซื้อขายได้ตามปกติจนถึงวันก่อนที่มีการเพิกถอนหลักทรัพย์ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้นในระหว่างการทำคำเสนอซื้อ ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกที่จะขายหุ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือตอบรับคำเสนอซื้อในครั้งนี้ก็ได้ โดยวันเพิกถอนหลักทรัพย์ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเกิดขึ้นภายหลังสิ้นสุดระยะเวลาทำคำเสนอซื้อ
โดย KEX จะแจ้งความคืบหน้าผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึง website ของบริษัทให้ทราบเป็นระยะต่อไป
ผู้ถือหุ้นทุกรายสามารถขายหุ้น KEX ที่ราคาเสนอซื้อ 1.50 บาทต่อหุ้นใช่หรือไม่
ผู้ถือหุ้นที่ขายหุ้นจะต้องชำระค่าธรรมเนียมรายการในอัตรา 0.25% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของค่าธรรมเนียมดังกล่าว ส่งผลให้ได้รับเงินสุทธิเท่ากับ 1.4959875 บาทต่อหุ้น โดยในการคำนวณเงินที่ผู้แสดงเจตนาขายแต่ละรายจะได้รับ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) จะคำนวณจากราคาเสนอซื้อคูณด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่เสนอขาย และปัดเศษจำนวนเงินที่จ่ายเป็นทศนิยมสองตำแหน่ง โดยตัวเลขในตำแหน่งทศนิยมที่สามหากน้อยกว่า 5 จะปัดลง และหากเท่ากับหรือมากกว่า 5 จะปัดขึ้น
การเพิกถอนหลักทรัพย์ในครั้งนี้ จะมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่กระทบต่อลูกค้าและคู่ค้าของ KEX ทั้งด้านบวก และด้านลบ อย่างไรหลังจากการเพิกถอนแล้ว ได้รับผลกระทบต่อประชาชน ลูกค้าของ KEX อย่างไร
- KEX จะยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติ การเพิกถอนหลักทรัพย์ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของ KEX ของบริษัท โดย SF ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะยังคงสนับสนุนการพลิกฟื้นธุรกิจของ KEX ต่อไปเช่นเดียวกับที่เคยทำมาโดยตลอด
- หากการเพิกถอนหลักทรัพย์ของ KEX สำเร็จ:
- KEX จะไม่ได้เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกต่อไป แต่ยังคงสถานะเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งหมายความว่าบริษัทไม่ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ที่บังคับใช้กับบริษัทจดทะเบียนโดยทั่วไป
- อย่างไรก็ตาม KEX ยังมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลและจัดส่งข้อมูลบางอย่างตามที่พระราชบัญญัติบริษัทมหาชน จำกัด พ.ศ. 2535 (และที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม) กำหนดไว้ เช่น การโฆษณาคำบอกกล่าวเชิญประชุมผู้ถือหุ้น การส่งหนังสือเชิญประชุมให้ผู้ถือหุ้น รวมถึงการจัดส่งสำเนางบการเงินและรายงานประจำปีให้กับผู้ถือหุ้น
ถ้าถือหุ้นต่อหลังจาก KEX ถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์แล้ว ถ้าจะขายหุ้น จะขายได้ที่ไหน
หุ้นของบริษัทฯ สามารถซื้อขายผ่านวิธี Over the Counter (OTC) หมายถึงการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นนอกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยการซื้อขายจะดำเนินการโดยตรงระหว่างคู่สัญญา หรือผ่านเครือข่ายของโบรกเกอร์และตัวกลางทางการเงิน ซึ่งอาจมีสภาพคล่องต่ำ (ไม่สามารถซื้อขายหุ้นได้อย่างรวดเร็วและคล่องตัว) ราคาผันผวนสูง (ไม่มีราคาตลาดอ้างอิง) และเปิดเผยข้อมูลในระดับจำกัดกว่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์
หลังการเพิกถอนหลักทรัพย์ในครั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนกลยุทธ์ทั้งระยะสั้น และระยะยาวอย่างไร เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ และสร้างการเติบโตให้ได้อย่างยั่งยืนในอนาคต และสามารถสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาธุรกิจและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน
- ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ SFTH พิจารณาว่ายัง ไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการธุรกิจของ KEX อย่างมีนัยสำคัญภายในช่วง 12 เดือนหลังสิ้นสุดระยะเวลาการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์
- แต่ในช่วงเวลาดังกล่าว SFTH อาจพิจารณาปรับปรุงการดำเนินธุรกิจของ KEX ซึ่งขึ้นอยู่กับการศึกษาเพิ่มเติมในรายละเอียดเกี่ยวกับแผนธุรกิจปัจจุบันของ KEX รวมถึงการพิจารณาแก้ไขแผนธุรกิจให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการแข่งขันในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงกลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจในอนาคต
หลังการเพิกถอนหลักทรัพย์ในครั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนธุรกิจอย่างไร เพื่อให้ผลการดำเนินงานดีขึ้น
บริษัทฯ ตระหนักดีว่าความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียในช่วงเวลานี้และในอนาคตยังคงมีความท้าทาย หนึ่งในแนวทางสำคัญภายใต้แผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ คือการรักษา "ความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง" ในการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรหรือบุคลากร
หลังจากกระบวนการดังกล่าวแล้วเสร็จ บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์การเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร (One-Stop Integrated Logistics Service Provider) เพื่อรองรับปริมาณการจัดส่งที่ให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น พร้อมสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชนและเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง
ขอสอบถามเกี่ยวกับการเพิกถอนหุ้นสามัญของ KEX ว่า หลังจากการเพิกถอนแล้ว KEX ยังคงต้องส่งงบการเงินรายไตรมาส หรือรายปีไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงาน ก.ล.ต. หรือไม่ และนายทะเบียนหุ้น ยังเป็นของ TSD อยู่หรือไม่ ส่วนรายงานประจำปี รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น สามารถดูได้ที่ไหน
เนื่องจากบริษัทฯ ยังคงเป็นบริษัทมหาชนจำกัด บริษัทฯ จึงมีหน้าที่จัดทำและส่งงบการเงินรายปีตาม พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 (และที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม) ในส่วนของงบการเงินรายไตรมาส หากภายหลังการทำคำเสนอซื้อเพื่อเพิกถอนหลักทรัพย์ ผู้ทำคำเสนอซื้อ หรือ SFTH ถือหุ้นถึงร้อยละ 95 ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด บริษัทฯ จะสิ้นสุดหน้าที่ในการส่งงบการเงินรายไตรมาสให้สำนักงาน ก.ล.ต ทั้งนี้ ภายหลังการเพิกถอนหลักทรัพย์ บริษัทไม่จำเป็นต้องมี TSD เป็นนายทะเบียนหุ้น เนื่องจากบริษัทไม่ได้เป็นบริษัทจดทะเบียนแล้ว แต่บริษัทส่วนมากยังใช้บริการของ TSD ต่อไป หากยังคงมีผู้ถือหุ้นจำนวนมาก นอกจากนี้ บริษัทในฐานะบริษัทมหาชนจำกัดยังคงมีหน้าที่ต้องส่งรายงานประจำปีและรายงานการประชุมให้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
การเพิกถอนหลักทรัพย์จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเหมาะสมหรือไม่ อะไรคือสาเหตุที่ต้องขอถอนหลักทรัพย์ออกจากตลาดหลักทรัพย์ในช่วงระหว่างที่ราคาหุ้นตกอย่างมาก?
- ปัจจุบัน KEX กำลังเผชิญกับสภาพตลาดและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทายอย่างมาก ทั้งการขาดทุนสุทธิอย่างต่อเนื่อง ปัญหาด้านสภาพคล่อง รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรง และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และการจัดส่งพัสดุด่วน ด้วยลักษณะของธุรกิจจัดส่งพัสดุด่วนที่มีการแข่งขันสูง และกลยุทธ์การตั้งราคาเชิงรุกจากคู่แข่งและแรงกดดันด้านราคาจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯลดลง โดยบริษัทฯ มีผลขาดทุนต่อเนื่องมาแล้วถึง 14 ไตรมาสติดต่อกัน ภายใต้ความท้าทายดังกล่าว แนวโน้มธุรกิจของบริษัทฯ ยังคงไม่แน่นอน และเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์การฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะสั้น
- จากการขาดทุนสุทธิอย่างต่อเนื่อง ทำให้จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการด้านธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดด้านสภาพคล่องในการซื้อขายหลักทรัพย์ และแนวโน้มในอนาคตที่ไม่แน่นอน การดำรงสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงไม่สามารถใช้เป็นช่องทางในการระดมทุนที่มีประสิทธิภาพได้อีกต่อไป
- นอกจากนี้ปัจจุบันบริษัทฯ มีการกระจายการถือหุ้นโดยผู้ถือหุ้นรายย่อย (free float) ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ และเนื่องจากแนวโน้มธุรกิจ ที่ยังคงมีความท้าทาย จึงเป็นเรื่องยากที่จะเพิ่มการกระจายการถือหุ้น โดยผู้ถือหุ้นรายย่อย (free float) ผ่านการออกหุ้นใหม่ให้กับนักลงทุนทั่วไป
ทั้งนี้ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระได้พิจารณาข้อมูลทางการเงินในปัจจุบันรวมถึงผลขาดทุนสะสมต่อเนื่อง และการประมาณการทางการเงินในอนาคตโดยคำนึงถึงแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจ แม้จะมีสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย แต่ราคาเสนอซื้อดังกล่าวยังอยู่ในช่วงมูลค่าที่เหมาะสม